Home พระเครื่องทั่วไทย พระกรุโบราณ พระกรุเนื้อดิน ผง ว่าน พระสมเด็จฯ กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กทม.
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 

พระสมเด็จฯ กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนๆที่ติดตามข่าวสารพระเครื่องคงได้เห็นพระแปลกหน้า แปลกตาปรากฎขึ้นในวงการอีกตะกูลหนึ่ง อ้างแหล่งที่มาและเนื้อหามวลสาร และอายุการสร้างได้ว่าเป็นของสมเด็จโต วัดระฆังกันเลยทีเดียว

 


วันนี้ได้มีโอกาสชมพระของจริงจากกรุนี้ ท่านเจ้าของพระเช่าต่อมาจากคนงานที่ไปทำการรื้อเจดีย์ที่วัดกัลยา แล้วลักลอบขนกลับมาบ้าน ท่านผู้รวบรวมได้คัดสวย และเลี่ยมรักษาสภาพไว้ได้เป็นอย่างดี พระกรุนี้มีหลายพิมพ์ เฉพาะที่เป็นพระสมเด็จก็มีหลายแบบ แต่เนื้อหาแล้ว น่าจะมีแบบนี้เพียงแบบเดียวที่เข้าตาคนไม่รู้แบบผม? ส่วนพระปึกๆละเก้าองค์ บอกตรงๆ ไม่เข้าตาเลยไม่ได้หามาเก็บ ขอผ่านครับ


นอกนั้นก็ยังได้ชมพิมพ์วัดสามปลื้มสามเหลี่ยม แล้วที่แปลกและหายากคือพิมพ์ห้าเหลี่ยมก็มี ห้าเหลี่ยมนี้ไม่เคยเห็นในเว็บเลย น่าจะถูกเก็บออกมาหมดก่อนที่ใครๆจะมาพบทีหลัง แต่มั่นใจได้เพราะที่มา เนื้อหา สภาพรักทอง เหมือนกันทุกประการ

เรามาดูสมเด็จองค์นี้กันก่อน แบบนี้หลายคนเรียกว่า"พระเดี่ยว" ผมเห็นมีพิมพ์นี้เยอะสุด ส่วนพิมพ์อื่นตอนนี้ยังไม่เคยเห็น
มีลงรักปิดทองทั้งองค์ แต่ที่พบส่วนมากรักจะระเบิด กรอบร่อนออกไปเกือบหมดแล้ว
ส่วนเนื้อพระจะเป็นผงน่าจะผสมน้ำมันตังอิ้วเป็นตัวประสาน เนื่อพระส่วนมากจะหดรัดตัวเองเป็นคลื่น หรือไม่ก็จะถูกกัดกร่อนเป็นหลุมๆเพราะฝีมือศิษย์ปู่โตแน่ๆ


เท่าที่ดูมาหลายๆองค์ พระพักตรมักจะไม่ชำรุดเสียหาย แต่จะแกร่งจัดมันหนึกนุ่ม ดูสบายตายิ่งนัก
ดูตามสภาพนะ พระกรุนี่ ถ้าเนื้อหา สภาพแบบนี้ ผมว่ามีลุ้น น่าลองนำมาบูชาขึ้นคอดู ใครพบประสบการณ์อะไรอย่าลืมมาเล่าสู่กับฟังบ้างนะครับ

บทความผู้ศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
สมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ถูกบรรจุเจดีย์ลักษณะเป็นกรุแห้งหรือกรุลอย องค์พระลักษณะ คือ ผิวแห้ง เนื้อเปิดเห็นมวลสารชัดเจน รักระเบิด  แตกต่างจากกรุบางขุนพรหม (กรุเปียก) อย่างชัดเจน  ดังนั้นสำหรับผู้ศึกษาต้องแยกแยะกันถูกต้อง
ผ่านการตรวจสอบเรื่องอายุพระ จาก “สํานักงานปรมาณูเพื่อสันติ” สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เรียบร้อยครับ รอใบรับรองผล

เรื่องของพระสมเด็จวัดระฆัง ที่บรรจุกรุวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วัดกัลยา) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศบ้านและซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติม สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ แล้วน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามว่า วัดกัลยาณมิตร และทรงสร้างพระราชทานทั้งพระวิหารหลวงและพระประธานสำหรับพระวิหารหลวง คือ หลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับที่วัดพนัญเชิง กรุงเก่า หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง ภายในพระอุโบสถซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพระวิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พุทธประวัติที่แทรกเรื่องราวชีวิตชาวบ้านชาวเมืองสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมแล้ว ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สังคมอย่างยิ่งอีกด้วย
นอกจากนั้นยังมี หอมณเฑียรธรรมเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บประไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ ๔ หน้าพระวิหารหลวงยังมีหอระฆังฝีมือคนรุ่นใหม่ สำหรับไว้ระฆังยักษ์ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทางเข้าวัดมีเจดีย์หิน ทำมาจากเมืองจีน เรียกว่า ถะ เป็นศิลปะจีนที่งดงามมาก
"พระสมเด็จวัดระฆัง กรุวัดกัลยาณมิตร" สร้างขึ้นและบรรจุในเจดีย์ต้นสกุลกัลยาณมิตรและสกุลประวิตร แตกกรุเมื่อปี 2551
หลังจากเจดีย์ในวัดกัลยาได้ถูกรื้อออก เมื่อต้นปี พ.ศ 2551  พบว่ามีพระพิมพ์สมเด็จ บรรจุอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก และหลายพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิมใหญ่ ทรงเจดีย์ เส้นด้าย ฐานแซม ฐานคู่ ปรกโพธิ์และพิมพ์อกครุฑ ส่วนที่พบน้อยได้แก่พิมพ์ไสยาสน์ พิมคู่สององค์ติดกันซึ่งเป็นทรงเจดีย์ และพิมพ์ใหญ๋ พิมพ์สามเหลี่ยมเล็ก พิมพ์สามเหลี่ยมใหญ่(เหมือนกับพิมพ์ใหญ่ของของวัดสามปลื้ม) พิมพ์สังกระจาย นอกจากนี้ยังมีพิมพ์แปลกอีกแต่ไม่มากนัก
พระในกรุวัดกัลยามีสองแบบคือ แบบปึกๆเกาะติดกัน9องค์ และแบบเป็นองค์เดียวซึ่งแบบนี้ด้านหลังจะถูกปิดด้วยรักและทอง
หลังจากที่พระสมเด็จชุดนี้กระจายออกไป ก็เป็นที่สงสัยและหาหลักฐานกันว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆังใช่หรือไม่มาจนถึงวันนี้ ส่วนใหญ่นำไปให้บรรดาเซียนน้อยใหญ่ดู มักจะได้คำตอบว่า ยังไม่ถึงวัดระฆัง คำถามต่อไปก็คือดูจากอะไร เซียนตอบว่าดูจากพิมพ์ และคำถามต่อไปจากเจ้าของพระถามเซียนว่า แล้วเนื้อหละเป็นอย่างไร เซียนตอบหน้าตาเฉยว่าถ้าผิดพิมพ์แล้วผมก็จะไม่ดูเนื้อ ก็จบกันตรงนั้นคุณเซียนจะเล่นพระสมเด็จกันแค่8-9พิมพ์เท่านั้นเหรอ คุณจะไม่ศึกษามวลสารของเนื้อพระความเก่า มีอายุของเนื้อพระ
หรือจะไม่ศึกษาประวัติการสร้างพระกันอย่างละเอียดและถูกต้องเลยหรือ จะเอากันแค่เล่นๆกันถูกพิมพ์ถูกเนื้อขายกันได้ ด้วยความเชื่อจากการยืนยันจากตัวบุคคลเพียง2คนที่ถูกเรียกว่าเซียนเท่านั้นก็พอแล้วหรือ
ในปัจจุบันเซียนที่พอมีระดับ จะมีที่สิงสถิตย์กันตามห้างดังๆ จะหาพระให้กับบรรดาขาประจำที่เขาเชื่อใจกัน แต่ถ้าเซียนจะซื้อพระ ผู้ที่เป็นเจ้าของพระจะถูกกดราคากันมากๆแบบน่าสงสาร เพื่อนสมาชิกครับ พระที่ผมนำไปให้คุณเซียนตรวจสอบดูและได้รับคำตอบว่ายังไม่ถึงนั้นเป็นพระกรุวัดกัลยาพิมพ์ใหญ่ เนื้อดูง่ายมากแต่ขนาดจะโตกว่ากรุบางขุนพรหมเล็กน้อย

เพื่อนๆครับผมยังไม่หมดความพยายาม ผมคิดว่าพระจะแท้หรือเก๊ไม่ใช่ไปฟังจากบุคคลที่สังคมมองกันว่าน่าเชื่อถือและมีความรู้ดูพระได้เป็นเซียนมีชื่อโด่งดัง ยังมีวิธีหาความจริงว่าพระสมเด็จของเรานั้นจะแท้หรือไม่ ก็ให้ดูจากอายุการสร้าง ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมาก มวลสารที่สร้างพระมา สามารถตรวจสอบอายุได้ ไม่จำเป็นต้องไปเชื่อตัวบุคคล ซึ่งอาจถูกหลอกได้

การตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มี 2 วิธี

*** วิธีที่1 การตรวจด้วยรังสี

ด้วยการตรวจหาเปอร์เซ็นต์ค่าคาบอนด์จากมวลสารที่เป็นเนื้อพระ โดยนำมวลสารที่เป็นเนื้อพระหรือองค์พระสมเด็จนั้นมาบดให้ละเอียดด้วยปริมาณที่มากพอ(ประมาน3องค์)แล้วนำกรด hydro chloric มาทำปฎิกริยาจะเกิดควัน แล้วนำควันผ่านลงไปในของเหลว จากนั้นจะนำของเหลวเอาควันนั้นไว้ไปผ่านเข้าระบบตามกรรมวิธีของสถาบัน วิธีจะไม่ค่อยมีผู้นิยมเพราะต้องบดพระสมเด้จให้เป็นผงถึง3องค์ หากมีเพียง1-3องค์ก็จะไม่สามาถรกระทำได้ นอกจากว่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก และอยากพิสูจน์ว่าเป็นสมเด็จแท้หรือไม่ ด้วยการดูอายุการสร้างก็จะกระทำได้ เช่นกรณี ผู้ที่มีสมเด็จจากกรุวัดกัลยามากๆการทดสอบหรือตรวจอายุการสร้างพระ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางสถาบัน ประมาณ7500บาท ต่อครั่ง ระยะเวลาการตรวจจะประมาณ2-3สัปดาห์จึงจะรู้ผล

*** วิธีที่2 การตรวจด้วยเคมี
เป็นการตรวจหาอายุพระการสร้างพระเนื้อผง เช่นพระสมเด็จ ด้วยวิธีทางเคมี วิธีนี้นำพระสมเด็จที่ประสงค์จะตรวจอายุการสร้างมา1องค์ ไม่ต้องทำลายด้วยการบดเป็นผง ผู้ตรวจจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆเพื่อนำผงพระเพียงเล็กน้อย มาทำปฎิกริยากับน้ำยาทางเคมีจากนั้นจะตรวจผลด้วยกล้องจุลทัศน์ ที่มีกำลังขยายสูงมากแล้วนำผลมาเทียบกับตารางแล้วแปลออกมาเป็นปี ที่พระองค์นี้ได้สร้างมาแล้ว การตรวจสอบด้วยวิธีนี้พระจะไม่ชำรุด ระยะเวลารอผลไม่นานประมาณ20นาที ก็จะทราบอายุของการสร้างพระ มีค่าใช่จ่ายองค์1000บาท หากพระแท้จะต้องเพิ่มอีก200บาทเป็นค่าใบรับรองผลการตรวจจากหน่วย (ถ้าพระไม่แท้ไม่เอาหนังสือก็ไม่ต้องชำระ) ผมได้นำพระกรุวัดกัลยาไปตรวจทั้ง2แห่ง ผลปรากฏออกมาคือ
จากผลการตรวจด้วยวิธีที่1 พระชุดนี้สร้างระหว่างปี พ.ศ.2408-2413
จากผลการตรวจด้วยวิธีที่2 คือทางเคมี
ผมนำไปตรวจหลายองค์
องค์ที่1อายุการสร้างมากกว่า142ปี
องค์ที่2 อายุการสร้างมากกว่า143ปี องค์ที่3อายุการสร้างมากกว่า146ปี(พระชุดนี้เป็นพิมพ์เกศทะลุซุ้มทั้ง  4องค์

*** สรุปผลจากการตรวจพระสมเด็จกรุวัดกัลยาทั้ง2วิธีนี้ได้ผลตรงกัน ทั้ง2สถาบันนี้อยู่คนละแห่ง ไม่รู้จักกัน และผมก็ไม่ได้บอกว่าไปตรวจที่ไหนมา ผมจึงมั่นใจ100เปอร์เซ็นต์ พระกรุวัดกัลยานี้ เป็นพระที่สมเด็จพุฒาจารย์โตเป็นผู้สร้างขึ้น ใครยังไม่มีก็หาเก็บเอาไว้ใช้ เพราะเป็นของดีที่ราคายังไม่สูง แต่ระวังอย่าไปจับเอาของฝีมือก็แล้วกัน เพื่อนๆสมาชิกช่วยแชร์ข้อความนี้ให้เพื่อนได้ทราบกันด้วยนะครับจะขอบคุณมากๆ

Comments (0)
Only registered users can write comments!

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 08 มิถุนายน 2014 เวลา 11:14 น.)

 
ยินดีต้อนรับสู่เว็บรวมพระครับ เวปไซต์สื่อกลางของวงการพระเครื่อง
None

 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1060
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1091
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้5795
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน10234
mod_vvisit_counterเดือนนี้27557
mod_vvisit_counterเดือนก่อน23857
mod_vvisit_counterตั้งแต่เปิดเว็บ2462062