Home พระเครื่องทั่วไทย พระเครื่องเกจิอาจารย์ พระเกจิเนื้อดิน ผง ว่าน หลวงพ่อยี ปญญภาโร วัดดงตาก้อนทอง
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

หลักฐานที่บันทึกเกี่ยวกับประวัติของท่านไม่ปรากฏออกมาเป็นเอกสารใดๆ ให้เราศึกษาค้นคว้าได้ แต่จะออกมาในรูปของการบอกเล่าปากต่อปากจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์สมัยที่หลวงพ่อยีท่านยังมีชีวิตอยู่ ลูกศิษย์ของหลวงพ่อยี เหล่านั้นล้วนได้เคยรู้ เคยเห็นถึงฤทธิ์อภิญญาของหลวงพ่อยี ว่าเป็นความจริงแน่นอนดุจเดียวกันกับเรื่องราวในสมัยพุทธกาลที่พระอรหันตสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล้วนมีฤทธิ์อภิญญากันทั้งสิ้น

 

ความจริงหลวงพ่อยี ท่านเป็นคนจังหวัดลพบุรี เมื่อเด็กๆ อายุได้ ๘ ขวบ  ท่านไปอาศัยอยู่กับพระภิกษุรูปหนึ่ง ไม่ทราบชื่อแน่นอน แต่หลวงพ่อยี เรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ได้ติดตามท่านธุดงค์ออกป่าหลายแห่งจนอายุได้ ๒๑ ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระ
บวชแล้วท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปเรื่อยๆตามป่าเขา ทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ เคยไปถึงพม่า เวียงจันทน์ และมาลายู หลวงพ่อยีท่านเล่าว่า ท่านได้เดินธุดงค์หาความวิเวกจนมองเห็น นรก สวรรค์ ยามที่ท่านออกโปรดสัตว์ในตอนเช้า จะมีเทวดา นางฟ้ามาตักบาตรให้ตลอดเวลา
ได้บวชเป็นพระถึง 28 พรรษา อายุได้ประมาณ ๕๐ ปี เมื่อเล็งเห็นว่าตนยังมีกรรมอยู่ จำเป็นต้องลาสิกขาบทออกมาเป็นฆราวาส หลังจากนั้นก็ออกท่องเที่ยวไปหลายจังหวัด ใช้ชีวิตแบบฆราวาสเต็มที่ จนครั้งสุดท้ายได้มาหักร้างถางพง ณ บริเวณที่เป็นวัดดงตาก้อนทองนี้  
สมัยนั้นยังเป็นป่ารกชัฎอยู่ มีที่ดินทั้งหมด ๕๖๕ ไร่ เคยประกอบอาชีพเป็นอาจารย์สัก อยู่ยงคงกระพันชาตรี ให้กับลูกศิษย์ลูกหาอยู่พักหนึ่ง ต่อมาได้ออกบวชอีกเป็นครั้งที่ ๒ หลวงพ่อยีได้ตกลงใจยกที่ดินถวายเป็นของสงฆ์เสียส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ให้คนเช่าต่อไป

โยมผวน โตมา ศิษย์ผู้หนึ่งของหลวงพ่อยีได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมาเป็นโบสถ์หลังนี้หลวงพ่อยีได้ปัจจัยในการสร้างโบสถ์มาจากการสร้างอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ช่วยให้ลูกศิษย์มีฐานะร่ำรวยขึ้นแล้วบรรดาลูกศิษย์เหล่านั้นก็นำเงินไปช่วยท่าน  ภายหลัง ท่านสามารถเสกกระดาษให้เป็นใบละร้อย เสกดินเป็นทองคำ  เสกใบไม้ให้เป็นเงิน หรือแม้แต่เสกใบไม้ให้ เป็นกบนำมาทำอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อยก็เคยปรากฏมาแล้วหรือเรื่องการบิณฑบาตรข้าวทิพย์จากเทวดาก็ตามหลวงพ่อท่านออกเดินห่างจากครัว ไม่ถึง 10 เมตร ท่านยืนทำสมาธิที่ต้นมะม่วงใหญ่ ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ เต็มบาตร ข้าวทิพย์นี้มีกลิ่นหอมแรงทิ้งไว้ก็ไม่บูดแต่จะแห้งไปเองเหมือนข้าวตาก
ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงพ่อยี เช่นคุณสมหมาย - คุณณรงค์ศักดิ์  ตะละภัฏ  คุณบรรยง  ณ บางช้าง และลูกศิษย์อื่นๆอีกมากมาย ก็สามารถที่จะยืนยันได้เป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงพ่อยีท่านมีอิทธิฤทธิ์ บุญฤทธิ์สูงส่งมากเพียงใด
ในระยะที่ผู้คนฮือฮากันถึงเรื่องความมหัศจรรย์ที่หลวงพ่อยีท่านได้กระทำนั้นพระราชมุนี(โฮม โสภโณ)แห่งวัดประทุมวนารามก็เป็นพระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่ต้องมาพิสูจน์ถึงความเท็จจริงนี้ให้ประจักษ์ หลวงพ่อถาวร ซึ่งในขณะนั้นเป็นศิษย์ใกล้ชิดของพระราชมุนีโฮม ก็ได้ติดตามมาด้วย และภายหลังก็ได้มาที่วัดดงตาก้อนทองอีกหลายครั้งเพื่อศึกษาเรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์กับหลวงพ่อยี จนกระทั่งได้ประจักษ์แจ้ง ได้รู้ได้เห็นเป็นที่ยอมรับว่า ทุกสิ่งเป็นจริงทุกประการไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลงสงสัยอีกเลย

หลวงพ่อยี มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เก็บศพใส่โลงทองไว้ในกุฏิทางจังหวัดพิจิตร ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ได้สั่งเสียไว้กับศิษย์ใกล้ชิดคือ โยมผวน โตมา ถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับวัดดงตาก้อนทองให้โยมผวน เป็นผู้ดูแลรักษาโบสถ์นี้ไว้อย่าไปอยู่ที่อื่นรอจนกว่าหลวงพ่อที่ ๒ จะมารับช่วงต่อ   พอต้นปี ๒๕๓๑  หลวงพ่อถาวร ก็มาที่วัดดงตาก้อนทองประกาศว่าจะทะนุบำรุงวัดดงตาก้อนทองซึ่งในขณะนั้นเกือบจะเป็นวัดร้างด้วยการนำพระภิกษุ สามเณรมาจำพรรษาที่นี่ และจะทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมนุมชน
โยมผวนขนลุกซู่ด้วยความยินดี ยกมือท่วมหัวว่าลูกรอดตายแล้ว หลวงพ่อมาโปรดลูกแล้ว ด้วยปฏิปทาที่แน่วแน่มั่นคง และจริยวัตรที่งดงามของหลวงพ่อถาวร ทำให้เกิดศรัทธาปสาทะแก่โยมผวนเป็นล้นพ้น ดังนั้นสมบัติต่างๆ ของหลวงพ่อยีที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ บุญฤทธิ์ของท่าน มีเก็บรักษาไว้มากมายเพียงใด โยมผวนนำมาน้อมถวายให้แก่หลวงพ่อถาวร จนหมอสิ้น แม้กระทั่งข้าวทิพย์แห้ง ที่นางได้เก็บรวบรวมไว้นับสิบปี
ก็นำมาถวายด้วย วันหนึ่งหลวงพ่อถาวร ท่านได้ทดลองอะไรบางอย่าง ด้วยการนำข้าวทิพย์มาหุงผสมกับข้าวธรรมดาวันนั้นปรากฏว่า กุฏิสุวรรณเนตรหอมตระลบอบอวลไปทั้งกุฏิ เพราะกลิ่นข้าวทิพย์โชยขจรขจายไปทั่ว ทำความแปลกประหลาดมหัสจรรย์แก่ผู้ได้พบเห็นเป็นยิ่งนัก หลวงพ่อถาวรย้ำว่า “ของแท้ ของจริง พิสูจน์ได้ตลอดเวลา”

การแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ของท่าน ช่วง ๒๕๐๐-๒๕๑๒ ถูกนักเขียน นสพ.โจมตีอย่างหนัก หาว่าท่านเล่นกล หลอกลวงประชาชน แต่ท่านเหล่านั้นต่างก็ประสบเหตุมีอันเป็นไป ต่าง ๆ นา ๆ ตายก็มี ไม่ตายแต่ป่วย ทนทุกข์ทรมานก็มี
ผลจากการโจมตีในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้หลวงพ่อยีต้องอธิกรณ์ ถูกบังคับข่มขู่ให้ถึงแก่ความตาย  ท่านจึงนุ่งห่มขาว สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ส่งหลวงพ่อโฮมไปสอบ แต่ไม่มีข้อที่จะต้องอธิกรณ์  และได้บวชกลับคืน แปรญัตติเป็นพระภิกษุในคณะธรรมยุติกาย
นับเป็นเรี่องน่าสังเวชที่เราท่านทั้งหลาย ควรถือเป็นคติว่า ถ้าฆราวาสไม่รู้จริง อย่าพึ่งไปกล่าวโทษให้ร้ายพระสงฆ์ ถึงอย่างไรท่านก็ถือศีล ปฎิบัติดีกว่าฆราวาส

หลวงพ่อยี เป็นพระที่แสดงฤทธิ์ได้หลายรูปแบบ เป็นมหัศจรรย์ เช่น ยืดเหรียญบาทได้ยาวเป็นฟุต  กลายเป็นคำบริสุทธิ์ เสกกระดาษให้เป็นธนบัตรใลละร้อยแจกญาติโยม นำไปเป็นขวัญถุง หรือใช้ชี้ออะไรก็ได้    /เสกข้าวสาร ในขันให้เป็นเม็ดทองคำ
แจกจ่ายให้ลูกศิษย์ไว้เป็นของศักดิ์ิทธิ์-เมตตา  เสกใบไม้ให้เป็น ธนบัตรสีเขียว เป็น กบ ปลา แกงกินได้ กินไม่หมดจะกลับกลายเป็นใบไม้เหมือนเดิม ตกเบ็ดบนต้นไม้ มีปลามาดิ้นกระแดว ๆ มากมาย /บิณฑบาตจากเทวดา ได้ข้าวทิพย์ร้อน ๆ หอมฟุ้งเต็มบาตร มีข้าวสวย ข้าวผสมงา ข้าวผสมถั่ว
ปลูกข้าวหน้าโบสถ์ วันเดียวเก็บเกี่ยวได้ /เรียกตะกรุดทองคำ ๓-๕ บาท มาแจกจ่ายลูกศิษย์  เรียกพระเครื่องจากอากาศแจกจ่ายญาติโยม /มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้ที่ฝังสมบัต / แยกร่างไปปรากฎหลายที่ ไกลแสนไกล ขณะที่ท่านนั่งอยู่กับที่
หลวงปู่ยี ปัญญภาโร     สามารถย่นระยะทางที่ไกลแสนไกล ให้ไกล้ได้   ล่องหนหายตัวได้ในพริบตา โดยไม่ต้องใช้กำบังหรือความมืด   ทำผ้าสีต่าง ๆ ให้กลายเป็นผ้ายันต์ได้นับพัน นับหมื่นผืน   ข้ามห้วย-แม่น้ำโดยไม่ใช้เรือข้ามฟาก
รักษาโรคร้ายแรงให้หายขาดได้ในพริบตา  เอาปลาช่อนที่ตากแห้งเป็นริ้ว ๆ โยนลงแม่น้ำกลายเป็นปลาช่อนหลายตัวแหวกว่ายมีชีวิตชีวา  ใช้หม้อใบเล็ก ๆ ๒ ใบ หุงข้าว และแกง เลี้ยงคนได้นับร้อย โดยข้าว และแกงไม่หมดสักที
มีวาจาศักดิ์สิทธิ์สั่งให้โชคลาภ ได้เลื่อนยศ ตำแหน่ง หรือรอดพ้นากภัยพิบัติต่าง ๆ จากร้ายกลายป็นดี  บันดาลให้รูปปั้นแม่พระธรณี ที่อยู่หน้าวัดดงตาก้อนทอง มีน้ำไหลพวยพุ่งออกมาจากมวยผม ทั้ง ๆ ที่มวยผมไม่มีท่อน้ำ น้ำเย็น จืดสนิท มีกลิ่นหอม ๆ ดื่มได้ และมีรสชาดดี
วัตถุที่เสกให้เป็นทองคำ อยู่ได้ ๖๐๐ ปี  ครบแล้วจะกลับดืนสู่สภาพเดิม
ที่มา http://www.udon108.com/board/index.php?topic=114061.0

จากคำให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมการศาสนา คือพันเอกปิ่น มุทุกันต์ เมื่อปี ๒๕๐๘ หลังจากไปสอบสวนกรณีหลวงตายีถูกหนังสือพิมพ์โจมตี ว่า "หลวงพ่อยีได้นำบาตรมาให้ตนดู และตนได้เป็นคนเช็ดบาตรด้วยตนเองทีเดียว หลวงพ่อยี อุ้มบาตรออกไปยืนที่นอกชานกุฏิห่างจากผู้สังเกตการณ์ ไม่ถึง ๑๐ เมตร ท่านยืนนิ่ง หันหน้าไปแต่ละทิศ แล้วเปิดฝาบาตร ทำนองรับบาตรจากผู้ใส่เหมือนกับที่เราใส่บาตรทุกอย่าง"
แล้วหลวงพ่อยีก็เรียกอธิบดีกรมการศาสนาเข้าไปหา ท่านส่งบาตรให้ พอยื่นมือไปรับมารู้สึกว่าบาตรหนักอึ้ง เปิดฝาบาตรดูปรากฏว่ามีข้าวสุกร้อนๆ เต็มบาตร มีกลิ่นหอมอบอวล เป็นข้าวชนิดมันปู กันบาตรมีลูกประคำทองอยู่ ๒ ก้อน ขนาดโตกว่าเม็ดข้าวโพด ซึ่งภายหลังเมื่อได้นำเข้ากรุงเทพฯ ให้ช่างทองบ้านหม้อดูก็เป็นทองคำบริสุทธิ์
นอกจากจะพิสูจน์เรื่องนี้แล้วหลวงพ่อยียังเสกเหรียญเงินให้เป็นทองก็ได้ด้วย หลวงพ่อท่านแบ่งให้อธิบดีกรมการศาสนาครึ่งหนึ่ง ให้ประธานศาลฎีกาครึ่งหนึ่ง ครั้งเมื่อนำไปพิสูจน์ที่ร้านทองก็ปรากฏว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ เช่นเดียวกัน

พระอภิญญา
ในยุคของเรา ถ้าหากว่าคนยอมรับกฎของกรรมมากกว่านี้หน่อยเดียวเท่านั้นเอง อภิญญาจะปรากฏออกมาอีกเยอะ เพราะอภิญญาสามารถทำอะไรก็ได้ เกินกว่าคนทั่ว ๆ ไปมาก ถ้าหากไม่ยอมรับกฎของกรรมจะทำเขาวุ่นไปหมด ก็เลยรออยู่นิดเดียว ถ้าหากกำลังใจยอมรับกฎของกรรมเมื่อไร กำลังอภิญญาก็จะนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่
สมัยเด็ก ๆ มี หลวงพ่อยี วัดดงตาก้อนทอง จ.พิษณุโลก ท่านสามารถทำได้สารพัดเลย คนไปฟ้องร้องจะปรับอาบัติปาราชิกท่าน ปาราชิกที่ขาดจากความเป็นพระนั้น จะต้องบอกอุตริที่ไม่มีมนุษธรรมในตน แต่คราวนี้ของท่านทำได้จริง ๆ ก็เดือดร้อนจนกระทั่ง พันเอกปิ่น มุทุกัณฑ์ อธิบดีกรมศาสนาช่วงนั้น ท่านเดินทางไปดูด้วยตัวเอง แล้วก็กลับมาเขียนรายงานว่า หลวงพ่อยีท่านทำได้จริง ปรับท่านไม่ได้ พันเอกปิ่น มุทุกัณฑ์ ท่านรู้จริง เพราะตัวท่านเองเคยบวชและศึกษาเรื่องพวกนี้มาลึกซึ้งมาก
ถาม : ท่านทำอะไรได้บ้าง ?
ตอบ : สารพัดอภิญญาเลย เช่น บิณฑบาตข้าวเทวดามาเลี้ยงลูกศิษย์ก็มี ชาวบ้านคนไหนสงสัยก็ไปเอามาให้กินซึ่ง ๆ หน้า มีสมบัติใต้ดินอยู่ตรงไหนท่านก็ไปล้อมสายสิญจน์วง ๆ ไว้แล้วก็ขุดขึ้นมาหน้าตาเฉยเลย เอาเหรียญบาทเป็นโลหะแท้ ๆ มาดึงยึดออกเหมือนกับยืดหมากฝรั่งอย่างนั้น นั่นจริง ๆ ก็แค่กสิณน้ำ
แต่ว่าคนที่ทำไม่ได้เห็นเป็นเรื่องตื่นเต้น มีมากต่อมากด้วยกันที่กล่าวหาว่าท่านเล่นกลหลอกเขา ก็เลยไปกล่าวหาว่าท่านอวดฤทธิ์อวดเดชจะปรับอาบัติปาราชิก
เรื่องของการเล่นฤทธิ์เล่นเดชพระพุทธเจ้าท่านก็สั่งห้ามอยู่แล้ว เพราะว่าไม่อย่างนั้นศาสนาจะตั้งอยู่ไม่ได้ เหตุที่ศาสนาตั้งอยู่ไม่ได้เพราะว่า พระในพระพุทธศาสนาไม่ได้มีพระอภิญญาหมวดเดียว ยังมีพระสุกขวิปัสโก พระวิชชาสาม เป็นต้น
คนเราโดยธรรมชาติจะชอบบุคคลที่มีความสามารถพิเศษเหนือกว่าคนอื่นเขา ในเมื่อชอบลักษณะนั้น พอมีใครเล่นฤทธิ์เล่นอภิญญาให้ดูก็จะแห่ไป แล้วก็จะไปทำบุญอยู่ที่เดียว พระที่เหลือก็อยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีคนอุปถัมภ์ แล้วศาสนาจะอยู่ได้อย่างไร ?
พระพุทธเจ้าท่านถึงได้ห้าม บางคนอาจจะคิดว่าพระพุทธเจ้าห้ามทำไม พระทำได้น่าจะปล่อยให้ลุยไปเลย ถ้าขืนปล่อยให้ลุยไปเลยศาสนาไม่น่าจะอยู่ได้ถึง ๕,๐๐๐ ปี
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
ที่มา กระดานสนทนาวัดท่าขนุน http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2831

อิทธิบาท(อธิษฐานฤทธิ์-กสิณนิมิต ๑๐)ที่ต้องอธิษฐานจิตเสียก่อน เช่น หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ท่านอธิษฐานเสกปลีกล้วยให้เป็นกระต่าย วิ่งรอบศาลาท่าน้ำ แล้วก็มิใช่ตัวเดียวด้วย เป็นสิบๆ ตัวเสกคนให้เป็นจระเข้ฟาดหัวฟาดหางตีน้ำให้กระจาย แหวกว่ายอยู่หน้าศาลาท่าน้ำวัดปากคลองมะขามเฒ่า
เล่นเอากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์งงเป็นไก่ตาแตก และถวายตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ตั้งแต่บัดนั้น และครั้งหนึ่งพวกพ่อค้าชาวเหนือมาอวดดีกับท่าน มาลองดีกับท่านท่านเสกช้างให้ตัวเล็กเท่าแมลงวัน แล้วเอากะลามะพร้าวครอบช้างทั้ง 18 ตัวไว้
ในเมื่องไทยมีพระหลายองค์ที่ทำได้ เช่น หลวงปู่ปาน แห่งวัดบางนมโค จังหวัดอยุธยาฯ เสกน้ำมนต์ให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำรดอาบร่างผู้หญิงสาวที่โดนของ โดนไสยเวทของหมอเขมรทำเอา ขณะทีรดน้ำมนต์อยู่ๆ มีดพร้าทั้งเล่มแหวกออกมาจากอกหญิงสาวโดยไม่มีแผลให้เห็นเลย นี้เรียกว่า อธิษฐานฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยการอธิษฐาน อธิษฐานฤทธิ์ นี่ขยายออกไปถึง ๑๖ อย่าง ......ฯลฯ
".........๑๓. กายวสิกภาพ - คือ การแสดงฤทธิ์เอากายไว้ในจิต เอาจิตไว้ในกาย (ลหุธาตุ)กายเหาะได้ ลอยได้ เหมือนกับว่าจิตอุ้มกายคนเหาะไป คนเห็นแต่กาย ไม่เห็นจิตที่อุ้มกายอยู่
อย่างเช่น หลวงพ่อชา แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี รถลูกศิษย์ไปจากกรุงเทพฯ ฝนตกหนัก รถติดหล่ม เข้าวัดไม่ได้ ลูกศิษย์เรียกให้หลวงพ่อช่วย
หลวงพ่อชาให้กายวสิกภาพไปปรากฏตัวที่รถติดหล่ม ท่านเอามือดันท้ายรถพรวดเดียวขึ้นจากหล่มได้เลย ลูกศิษย์จะเข้ามากราบขอบคุณ ที่ไหนได้ท่านหายไปเสียแล้ว
หลวงพ่อยี แห่งวัดดงตาก้อนทอง จังหวัดพิจิตร นี่ก็อีกองค์ที่ใช้กายวสิกภาพใช้อำนาจจิต แสดงกายเข็นรถ ดันรถของเจ้าคุณโฮมวัดปทุมวนาราม
ซึ่งติดหล่มอยู่หน้าวัด เข้าวัดไม่ได้ พระอาจารย์มหาถาวร จิตตถาวโร หรือพิสาล พัฒนาทร ตกใจเกือบช็อกเพราะนึกไม่ถึง........."
นี้ก็เพราะอำนาจอธิษฐานฤทธิ์ที่มีอุปเท่ห์ หรืออุปเทศทั้ง ๑๖ อย่างดังกล่าว มานี้
ที่มา http://forums.212cafe.com/samatha/board-1/topic-28.html

หลวงปู่เทพโลกอุดร...  มหาเถระเจ้าผู้ทรงอภิญญา เหนือโลกสามัญ
เรื่องราวของหลวงปู่ใหญ่โลกอุดรนั้น เป็นที่กล่าวถึงในหมู่นักปฏิบัติทั้งหลายมีพระเถระทรงคุณวุฒิหลายท่าน ที่ยืนยันตรงกันว่าเคยเห็นหลวงปู่ใหญ่ ได้สัมผัส ได้รับการสั่งสอนพระกรรมฐานจากองค์หลวงปู่โดยพิสดาร เป็นที่กล่าวกันอีกว่า"แม้ผู้ใดได้เป็นศิษย์ทั้งหลายผู้นั้นจะเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์เหนือโลกเหนือสามัญชนคนทั้งหลาย" แต่ว่าผู้จะได้กราบได้เป็นสัมผัสบารมีหรือได้เป็นศิษย์ของท่านนั้นต้องสั่งสมบารมีธรรมมาแต่ปุเรนชาติ จึงมีวาสนาได้กราบไหว้หรือเป็นศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร
ทั้งนี้ดังมีเรื่องราวของหลวงพ่อยี แห่งวัดดงตาก้อนทอง ซึ่งได้พบพระธุดงค์ลึกลับและได้ฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกฝน สมาธิ ฌาน จนมีพลังจิตกล้าแข็งสามารถเล่นแร่แปรธาตุเสกสิ่งต่างๆให้ขลังมีอานุภาพสารพัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งในภายหลังท่านเจ้าคุณถาวร จิตฺตถาวโร แห่งสวนป่าศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม ได้เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วหลวงพ่อยีท่านเป็นลูกบุญธรรมของหลวงปู่ใหญ่โลกอุดร หรือพูดง่ายๆก็คือพระลึกลับที่นำตัวเด็กชายยีไปเลี้ยงดูจนกระทั่งสั่งสอนวิชาให้พลังจิตแก่กล้าก็คือหลวงปู่โลกอุดรนั่นเอง
อย่างไรก็ตามยังเป็นที่สงสัยว่าหลวงปู่โลกอุดรนั้นแท้จริงท่านคือใคร ครูบาอาจารย์หลายท่านยืนยันตรงกันว่าคือพระอุตตรเถระ พระอรหันต์สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ เรื่องนี้มิได้กล่าวลอยๆ แต่เป็นคำยืนยันจาก “หลวงปู่โง่น โสรโย” พระอริยะเจ้าผู้ทรงอภิญญาสมาบัติแห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร
ที่มา http://www.horamahawed.com/content.php?cate=holy&id=22

Comments (0)
Only registered users can write comments!

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2012 เวลา 13:04 น.)

 
ยินดีต้อนรับสู่เว็บรวมพระครับ เวปไซต์สื่อกลางของวงการพระเครื่อง
None

 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้87
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1217
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้87
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน9306
mod_vvisit_counterเดือนนี้27096
mod_vvisit_counterเดือนก่อน11352
mod_vvisit_counterตั้งแต่เปิดเว็บ2539430