Home พระเครื่องทั่วไทย พระเครื่องเกจิอาจารย์ พระเกจิเนื้อดิน ผง ว่าน พระปิดตาวัดสะพานสูง พิมพ์ตะพาบ เนื้อผงคลุกรัก เคลือบรักแดง
User Rating: / 162
แย่ดีที่สุด 

พระปิดตาวัดสะพานสูง พิมพ์ตะพาบ เนื้อผงคลุกรัก เคลือบรักแดง รักมีลักษณะใสแบบพระปิดตาของหลวงปู่กลิ่น แต่ผสมรักแดงอันเป็นลักษณะพิเศษในรักเคลือบพระปิดตา “ยุคกลาง”ขององค์บรมครู หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม พระปิดตาจะมีรักเคลือบสีดำปนแดง ถ้าส่องดูด้วยแว่นขยายจะเห็นเป็นจุดแดงหรือเหลือบแดงปนอยู่ในเนื้อรักดำ มูลเหตุที่หลวงปู่นำรักดำผสมกับรักแดงนั้นเนื่องจากรักแดงที่ได้มาจากประเทศจีนเริ่มน้อยลง พระปิดตายุคกลางเนื้อรักจะเกาะติดกับองค์พระแน่น ไม่ชำรุดเสียหายง่ายเหมือนพระปิดตาในยุคต้น ๆ

".......การดูเนื้อพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมนั้น ถือว่าเป็น “จุดตาย” ที่สำคัญยิ่ง เนื้อพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เนื้อในจะเป็นเนื้อสีน้ำตาลที่มีเนื้อสีน้ำตาลอ่อนแก่เท่านั้น ไม่มีเนื้อสีขาวโดยเด็ดขาด เนื้อพระแลดูหยาบเห็นมวลสารชัดเจน....."
เมื่อดูอายุและธรรมชาติความเก่าพระองค์นี้ ไม่ถึงยุคหลวงปู่เอี่ยม จึงขอสรุปว่า พระองค์นี้เป็นของหลวงปู่กลิ่นก็ละกัน ถูกกะตังกว่ากันเยอะเลย  และขอนำเสนอประวัติและการสร้างพระปิดตาของหลวงปู่เอี่ยมไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลย
หลวงปู่เอี่ยมเกิดในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๕๙ เป็นบุตรนายนาค นางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมด้วยกัน ๔ คน คือ
๑. หลวงปุ่เอี่ยม
๒. นายฟัก
๓. นายขำ
๔. นางอิ่ม

บ้านเกิดของหลวงปู่เอี่ยมอยู่ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๑ อายุท่านได้ ๒๒ ปี ได้อุปสมบท
ที่วัดบ่อ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่คิดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) ท่านอุปสมบท ได้ประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ย้ายไปประจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร
ธนบุรีซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งย้ายมาจากวัดราชบูรณะ พระนคร
หลวงปูเอี่ยมท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และแปลพระธรรมบทอยู่ที่วัดนี้อยู่ได้ถึง ๗ พรรษาท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ อยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษา ถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๙๑ นายแขก สมุห์บัญชีได้นิมนต์หลวงปู่
เอี่ยมไปจำพรรษาเจริญพระกัมมัฏฐานเป็นเริ่มแรก และได้ศึกษาอยู่ ๕ พรรษา ถึงปี ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันนี้ คือคลองพระอุดม) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมา
อาราธนานิมนต์หลวงปู่เอี่ยม กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือวัดสะพานสูงในปัจจุบันนี้

หลวงปู่เอี่ยมมาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น
ขณะที่ท่านหลวงปูเอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการหลวงปู่เอี่ยมหลวงปู่เอี่ยมได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าหลวงปู่เอี่ยมได้เริ่มสร้างพระปิดตาและตะกรุดเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคทรัพย์และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระอุโบสถและถาวรสถาน ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยมท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยมได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่าจันทร์หลวงปู่เอี่ยมจึงได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยมท่านไม่ได้กลับมาที่วัดนานหลายปี จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยมทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยมจึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยมได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยมท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยมมาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ

จากการเจริญกัมมัฎฐาน จึงทำให้หลวงปู่เอี่ยมสำเร็จ "โสฬส" ท่านหนึ่งและจากการเชี่ยวชาญวิชากัมมัฎฐานนี้เอง มีเรื่องเล่ากันว่าบริเวณหน้าวัดมีต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีน้ำมันตกและดุมากเป็นเกรงกลัวต่อชาวบ้านหลวงปู่เอี่ยมจึงได้มายืนเพ่งอยู่ ๒-๓ วันเท่านั้นต้นตะเคียนต้นนั้นก็เฉา และยืนต้นแห้งตายหลวงปู่เอี่ยมผู้มีอาคมขลังและวาจาสิทธิ์ มักน้อย สันโดษ นี้เองทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยมมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมาก


หลวงปู่เอี่ยมจะมรณภาพด้วยโรคชรา นายหรุ่น แจ้งมา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดคอยอยู่ปรนนิบัติท่านหลวงปู่เอี่ยมได้ขอร้องท่านว่า "ท่านอาจารย์มีอาการเต็มที่แล้วถ้าท่านมีอะไรก็กรุณาได้สั่งและให้ศิษย์ไว้เป็นครั้งสุดท้าย" ซึ่งท่านหลวงปู่เอี่ยมก็ตอบว่า "ถ้ามีเหตุทุกข์เกิดขึ้นให้ระลึกถึงท่านและเอ่ยชื่อท่านก็แล้วกัน"
หลวงปู่เอี่ยมได้มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๙ รวมอายุท่านได้ ๘๐ ปี บวชได้ ๕๙ พรรษา มรณภาพด้วยโรคชรา
ก่อนที่ท่านจะมรณภาพได้มีศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นตัวแทนของชาวบ้าน และผู้เคารพนับถือศรัทธา ที่มีและไม่มีของมงคลท่านไว้บูชา กราบเรียนถามหากว่าเมื่อหลวงปู่เอี่ยม ได้มรณภาพแล้วจักทำประการใด ท่านจึงได้มีปัจฉิมวาจาว่า " มีเหตุสุข ทุกข์ เกิดนั้น ให้ระลึกถึงชื่อของเรา"
จึงเป็นที่ทราบและรู้กันว่า หากผู้ใดต้องการมอบตัวเป็นศิษย์หรือต้องการให้ท่านช่วยแล้วด้วยความศรัทธายิ่ง ก็ให้เอ่ยระลึกถึงชื่อของท่าน ท่านจะมาโปรดและคุ้มครองและหากเป็นเรื่องหนักหนาก็บนตัวบวชให้ท่าน รูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงปู่เอี่ยม ท่านประดิษฐานอยู่หน้าพระอุโบสถ สร้าง(หล่อ) ขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๔๘๐ ในสมัยหลวงปู่กลิ่น ผู้ปกครองวัดต่อจากท่าน เพื่อการสักการะบูชา ต่อมาจนทุกๆวันจะมีผู้ศรัทธาจากทุกสารทิศมากราบไหว้และบนบานฯ ตลอดเวลาตราบแสงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า ท่านชอบกระทงใส่ดอกไม้เจ็ดสี จะมีผู้นำมาถวายและแก้บนแทบทุกวันโดยเฉพาะในวันพระแม้แต่ผงขี้ธูปและน้ำในคลองหน้าวัดก็ยังมีความ"ขลัง" อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง
และหลังจากที่ท่านมรณภาพล่วงไปเนิ่นนานแล้วก็ตามที ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ผลปรากฏว่าฐานที่ท่าน เคยถ่ายทุกข์เอาไว้และปิดตาย คราวที่เกิดไฟไหม้ป่าช้า ฐานของหลวงปู่เอี่ยม เพียงหลังเดียวเท่านั้นที่ไม่ไหม้ไฟ
เมื่อความอัศจรรย์ปรากฏขึ้นเช่นนั้น ผู้คนจึงค่อยมาตัดเอาแผ่นสังกะสีไปม้วนเป็นตะกรุดจนหมดสิ้น นอกจากนั้นแล้ว ยังมารื้อเอาตัวไม้ไปบูชาจนไม่เหลือหรอ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ไม่ได้อะไรเลยก็มาขุดเอาอุจจาระของท่านไปบูชา
ของขลังหลวงปู่เอี่ยม  หลวงปู่เอี่ยมผู้สร้างพระปิดตาอันลือลั่น และตะกรุดมหาโสรฬมงคล ซึ่งหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสุมทร และสนนราคาค่างวดเพชรสู้ไม่ได้
หลวงปู่เอี่ยมสร้างของขลังไว้ ๒ ชนิดคือ
๑. พระปิดตา
๒. ตะกรุดมหาโสฬสมงคล



การสร้างพระปิดตา

การที่ท่านออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ นั้น ท่านได้รวบรวมว่านไว้จำนวนมาก และว่านเหล่านี้ได้ถูกนำมาบดผสมกับผงสร้างเป็น “พระปิดตา” อันลือชื่อ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในพระของหลวงปู่เอี่ยมและวัตถุมงคลวัดสะพานสูงสือต่อมา รูปแบบพิมพ์พระหลวงปู่เอี่ยมท่านสร้างพระปิดตาขึ้นเอง โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบจากใคร รูปแบบพิมพ์พระมีลักษณะเหมือนกับ ว่าวจุฬา เศียร แขน และเข่ามนกลม มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป
พิมพ์พระโดยมากออกจะใหญ่และล่ำสัน พุทธลักษณะมองดูสวยงามมีความซึ้งตาไปอีกแบบหนึ่ง คนรุ่นเก่านิยมเรียกพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมว่า “พิมพ์จุฬาใหญ่และพิมพ์จุฬาเล็ก” แต่ในวงการพระเครื่องได้เปลี่ยนชื่อ เรียกว่า “พิมพ์ชะลูด” และ “พิมพ์ตะพาบ” โดยมองไปที่ขนาดและรูปพิมพ์พระนั่นเอง
หลายท่านยังเข้าใจผิดว่าพระปิดตามหลวงปู่เอี่ยม มีจำนวนมากมายหลายรุ่น ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากท่านเป็นพระที่มีวาจาสิทธิ์และกระแสจิตแก่กล้ายิ่ง ดังนั้นการจะสร้างพระปิดตาและเครื่องรางจึงไม่มีพิธีรีตองอะไร ท่านใช้วิธีทำไปปลุกเสกไปแจกไปทีละเล็กน้อย จึงไม่ได้สร้างไว้เป็นรุ่น ๆ คราวละมาก ๆ อย่างที่หลายท่านเข้าใจ
พระที่เหลือจากแจกจะเก็บและปลุกเสกต่อ ทำอย่างนี้ตลอด เกิดถ้าใครเอาพระไปให้หลวงปู่ดูและถามว่าพระองค์นี้สร้างรุ่นไหน? หลวงปู่เองก็ตอบไม่ถูกเพราะท่านไม่ได้สร้างพระเป็นรุ่น ๆ กับเขาสักที สิ่งที่หลวงปู่เอี่ยมพูดเสมอ ๆ คือ “พระของฉันเก็บไว้ให้ดีต่อไปจะหายาก” เหตุการณ์เป็นจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ทุกประการ

มวลสารสร้างพระ
ว่าน 108 ชนิด
ผงพระพุทธคุณที่ได้จากการลงเลขยันต์
ชันยาเรือ
น้ำมันตังอิ้ว

วัดสะพานสูงหรือวัดสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่ใกล้ริมน้ำคลองพระอุดม การสัญจรไปมาสมัยก่อนใช้เรือเป็นส่วนใหญ่รวมไปถึงการออกบิณฑบาตรของพระภิกษุ ในทุก ๆ ปีก่อนออกพรรษา หลวงปู่เอี่ยมจะให้พระลูกวัดนำเรือเก่ามาขึ้นคานเพื่อทำการขูดชันยาเรือเก่าออกหมด จากนั้นจึงจัดแจงยาชันใหม่เพื่อกันเรือรั่ว เนื้อชันเก่าที่ขูดออกนั้น ถูกเก็บ และนำมาบดผสมสร้างเป็น พระภควัมบดีหรือพระปิดตา เมื่อท่านนำมาเข้าแว่นขยาย จะแลเห็นลักษณะของชันชัดเจน

พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
พระปิดตาประเภทเนื้อผงคลุกรัก ที่มีทั้งปิดทองและไม่ปิดทอง
พระปิดตาประเภทเนื้อผงจุ่มรัก ส่วนมากมิได้ปิดทองไว้ พระปิดตาชนิดเนื้อเปลือยไม่ลงรักก็มีบ้างไม่มากนัก


แบบพิมพ์พระปิดตา
ลักษณะพิมพ์พระปิดตา แบ่งได้ ๓ ชนิดใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้
แบบพิมพ์พระปิดตาทั่ว ๆ ไป เช่น พระปิดตาพิมพ์ชะลูด, พระปิดตาพิมพ์ตะพาบ, พระปิดตาพิมพ์หน้าใหญ่
พระปิดตาพิมพ์พนมมือ คือใช้มือสองข้างยกปิดหน้า ลักษณะคล้ายพนมมือไหว้ที่พบมีทั้งแบบพิมพ์สองหน้าและพิมพ์หน้าเดียว
พระปิดตาพิมพ์ ๒ หน้า ซึ่งมีทั้งพิมพ์พนมมือและพิมพ์ธรรมดา
พุทธคุณ
พระภควัมบดีหรือพระปิดตาและตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม นอกจากจะพบว่ามีพุทธคุณทางแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีแล้ว ยังให้ผลทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมด้วย
ชาวบ้านหรือใครที่ได้รับพระปิดตาและตะกรุดของหลวงปู่ไปแล้ว มีความเชื่อมั่นและยึดมั่นเป็นอย่างยิ่ง ระยะนั้นเสือปล้นและนักเลงชุกชุมมาก แต่ชาวบ้านหาได้เกรงกลัวไม่
ถ้าถูกปล้นจี้ก็จะจับอาวุธเข้าสู้ เมื่อโดนยิงแล้วไม่เข้ายิ่งใจใหญ่ท้ายที่สุดขุนโจรมีอันต้องล่าถอยไปเองด้วยบารมีของหลวงปู่เอี่ยม

การแบ่งยุคสร้างพระปิดตา

เรื่องราวของหลวงปู่เอี่ยม ผมได้เขียนไว้ในหนังสือพระเครื่องหลายฉบับ เริ่มแต่ประวัติความเป็นมา มูลเหตุของพระเครื่อง รวมไปถึงอภินิหารที่มีผู้ประสบหลายท่านอาจจะเคยได้อ่านมาแล้ว ในหนังสือเล่มนี้จึงได้รวบรวมเอาเรื่องเหล่านั้นมารวมไว้ทั้งหมด ซึ่งเรียกว่าสมบูรณ์ทั้งรูปและเนื้อหา ในส่วนนี้ก็เช่นกัน ผมขอนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับหลวงปู่เอี่ยมอีกครั้ง แต่จะเป็นคนละเรื่องที่เคยเขียนมาแล้ว การเขียนจึงเป็นแบบสไตล์ของตัวเองคือใช้ภาษาง่าย ๆ อ่านและเข้าใจง่าย มีหลายท่านถามผมว่า ประวัติการสร้างพระของหลวงปู่เป็นอย่างไร? ทำไมพระปิดตาหลวงปู่บางองค์จึงมีรักแดง? ทำไมบางองค์รักจึงดำ? คำถามเหล่านี้เมื่อท่านอ่านจบ ท่านจะทราบคำตอบได้ทันที ผมว่ามาเข้าเรื่องกันดีกว่า


หลวงปู่เอี่ยมนอกจากท่านจะเก่งกล้าทางวิชาอาคมแล้ว ท่านยังมีความสามารถในเชิงศิลปะอีกด้วย ท่านเป็นช่างเขียนช่างแกะสลัก ฝีมือทางแกะสลักดีเยี่ยม ไม้พายที่หลวงปู่ใช้พายเรื่องบิณฑบาตทุกวันนั้น วันดีคืนดีก็นำไม้พายมานั่งแกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่วิจิตรยิ่งนัก คันกระสุนที่ใช้ยิงใส่อะไรต่อมิอะไรของท่าน ก็แกะคันเสียสวยงาม หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยว่าคันกระสุนคืออะไร? คันกระสุนมีรูปร่างเหมือนคันธนู มีสายเหมือนคันธนูทุกอย่างแต่ที่สายจะทำเป็นที่สำหรับใส่กระสุนที่ปั้นด้วยดิน เวลายิงจะน้าวสายเหมือนยิงธนู และยิงเอาลูกกระสุนนั้นไป ซึ่งคนสมัยโบราณไม่มีหนังสติ๊ก จึงนิยมใช้คันกระสุนแทนเมื่อตอนเด็ก ๆ เคยหัดยิง ถ้ายิงผิดท่าลูกกระสุนจะยิงเอามือตัวเองเหมือนกัน ตอนเป็นเด็กผมเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดกับ หลวงปู่สุข วัดสะพานสูง เคยเห็นพายที่หลวงปู่เอี่ยมแกะเห็นคันกระสุนที่หลวงปู่ใช้ ปัจจุบันไม่ทราบว่าใครเอาไปแล้ว
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมก็เช่นกัน หลวงปู่เป็นผู้ออกแบบและทำแบบพิมพ์เองทุกอย่าง เมื่อมองเผิน ๆ ดูเหมือนเป็นแบบที่ง่าย แต่ถ้าดูให้ดีแบบพิมพ์และลีลาลึกซึ้งสวยงามคลาสสิกมาก ทุกส่วนกลมกลืนได้สัดส่วนเหมาะสมสวยงามไปหมด

พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมแบ่งได้ ๓ ยุค

พระปิดตา (พระภควัมบดี) หลวงปู่เอี่ยมยุคแรก ๆ นั้นเรียกว่า “ยุคต้น” พระถูกเคลือบด้วย “รักแดง” รักแดงที่ว่าท่านได้รักมาจากประเทศจีนเป็นรักที่ทำจากเปลือกไม้ธรรมชาติ พระปิดตาของท่านไม่ว่าจะเป็นพระที่จุ่มรัก ทารัก หรือ คลุกรัก ลักษณะพระจะออกไปทางสีน้ำตาลไหม้เข้ม ๆ อมแดง คนโบราณเขาเรียกว่า “รักแดง” พระปิดตาชุดนี้ขึ้นชื่อมาก ขอให้ท่านสังเกตจากพระที่นำมาลงในเล่มนี้ พระยุคแรก ๆ เมื่อพระถูกใช้ไปนาน ๆ รักจะลอกร่อนออกโดยง่าย สีของรักจะซีด ผิวจะมีลักษณะเปลือกไม้สวยงามแบบธรรมชาติ เมื่อรักลอกหมด เนื้อพระจะแลดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง
พระปิดตายุคกลาง หลวงปู่เอี่ยมใช้รักแดงที่มีอยู่ผสมกับรักดำซึ่งเป็นรักวิทยาศาสตร์นำไปทาหรือจุ่มกับพระปิดตา ดังนั้นพระปิดตา “ยุคกลาง” จึงมีสีดำปนแดง ถ้าส่องดูด้วยแว่นขยายจะเห็นเป็นจุดแดงหรือเหลือบแดงปนอยู่ในเนื้อรักดำ มูลเหตุที่หลวงปู่นำรักดำผสมกับรักแดงนั้นเนื่องจากรักแดงที่ได้มาจากประเทศจึงเริ่มน้อยลง พระปิดตายุคกลางเนื้อรักจะเกาะติดกับองค์พระแน่น ไม่ชำรุดเสียหายง่ายเหมือนพระปิดตาในยุคต้น ๆ
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมยุคปลาย พระที่ผ่านการจุ่มรักจะเป็นสีดำ ถือว่าเป็นพระช่วงท้ายชีวิตท่าน เพราะรักแดงที่ใช้นั้นหมดไม่มีเหลือ คงมีแต่รักทางวิทยาศาสตร์ที่มีสีออกดำสนิทเวลาจุ่มหรือทา ลงไปจะติดกับเนื้อพระแน่น ไม่ชำรุดเสียหายง่าย สีผิวพระที่จุ่มรักดำสนิทพระยุคหลังนี้คงทนต่อเวลาซื้อหากันจะดูยากสักหน่อย จึงต้องอาศัยการสังเกตพิมพ์พระและความเก่าเนื้อรัก พระปิดตาหลวงปู่ที่ทำปลอมจะดูเหมือนและใกล้เคียงโดยใช้ความร้อนและวิธีการทางวิทยาศาสตร์

นอกเหนือไปจากพระปิดตาที่หลวงปู่เอี่ยมสร้างทั้ง ๓ ลักษณะดังกล่าวไปแล้วยังมีพระปิดตาชนิดที่ท่านสร้างโดยไม่จุ่มหรือทารักใด ๆ ที่เรียกว่า “เนื้อพระล้วน ๆ หรือเนื้อเปลือย ๆ”

พระปิดตาวัดสะพานสูงมีอาจารย์ถึง ๓ องค์เป็นผู้สร้างพระปิดตาในลักษณะเดียวกัน คือ

หลวงปู่เอี่ยม เป็นพระบรมครูพระพิมพ์ปิดตาทรงนี้
หลวงปู่กลิ่น (พระครูโสภณศาสนกิจ) ลูกศิษย์หลวงปู่เอี่ยม
หลวงปู่สุข (พระครูนนทกิจโสภณ) ลูกศิษย์หลวงปู่กลิ่น เป็นผู้สืบทอดแบบพิมพ์พระปิดตาไว้

นอกจากยอดพระอาจารย์ที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีหลวงปู่จอน วัดกระโจมทอง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และอาจารย์ผัน วัดอินทราราม ปากเกร็ด นนทบุรี ก็สร้างพระปิดตาเลียนแบบหลวงปู่เอี่ยมเหมือนกัน

นักสะสมพระเครื่องจำนวนมากจึงแยกแยะพิมพ์ทรงในพระปิดตา หลวงปู่เอี่ยมไม่ออกทั้ง ๕ พิมพ์ เห็นพระเนื้อเก่าหน่อยก็เหมาเป็นพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมเสียหมด ด้วยซื้อขายได้ราคาดี เคยได้ไปดูงานประกวดพระเครื่องแห่งหนึ่ง มีการนำเอาพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมองค์ที่ชนะเลิศวางโชว์ในตู้ ผมเห็นแล้วตกใจ เพราะพระองค์ที่โชว์นั้นเป็นพระปิดตาของท่าน อาจารย์ผัน วัดอินทราราม ต.บางกะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงไม่ทราบว่าเขาตัดสินกันอย่างไร?

วิธีสังเกตแบบง่าย ๆ ถ้านำพระปิดตาหลายๆ องค์มาวางเรียงกัน พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมจะแลดูสวยงามได้สัดส่วนกว่า องค์พระมีลักษณะล่ำสัน สมส่วนหัวเข่ากว้าง หน้าผากมีรอยบุบลงไปทุกองค์ ยกเว้นพระปิดตาพิมพ์พนมมือ ส่วนพระพิมพ์ที่หน้าผากไม่บุบลงไปนั้นก็มีอยูบ้างน้อยมาก พร้อม ๆ กับการดูเนื้อพระประกอบ

การดูเนื้อพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมนั้น ถือว่าเป็น “จุดตาย” ที่สำคัญยิ่ง เนื้อพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เนื้อในจะเป็นเนื้อสีน้ำตาลที่มีเนื้อสีน้ำตาลอ่อนแก่เท่านั้น ไม่มีเนื้อสีขาวโดยเด็ดขาด เนื้อพระแลดูหยาบเห็นมวลสารชัดเจน จึงขอบอกกับท่านเลยว่าตรงนี้คือจุดตาย ถ้าใครเอาพระปิดตาเนื้อสีขาวมาขายท่านโดยอ้างว่าเป็นพระของหลวงปู่เอี่ยมขอท่านอย่าได้สนใจผ่านได้ก็ผ่านเลยไป บางคนอาจไปเจอพระพิมพ์ปิดตาที่เสมือนของหลวงปู่เอียมทุกอย่าง แต่เนื้อสีขาว พาลเหมาเอาเป็นพระหลวงปู่เอี่ยมประเภทเนื้อสีขาว

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีอยู่ว่า ในการสร้างพระยุคต้น ๆ ของหลวงปู่กลิ่น ท่านได้นำพิมพ์พระหลวงปู่เอี่ยมมาสร้างไว้เช่นกันเป็นพระปิดตาเนื้อสีขาว นี่แหละคือความต่างในเนื้อพระ ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ความกระจ่างจะเกิดขึ้นทันที ผมจึงสรุปได้ว่า พระปิดตาเนื้อสีขาวเป็นพระของหลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อทองสุข (หลวงปู่สุข) ส่วนพระหลวงปู่จอนและอาจารย์ผันไม่ต้องพูดถึง พิมพ์พระดูเพี้ยนขนาดองค์พระเล็กกว่ามาก

ที่มา : หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง โดย ท่านสว.ดิเรก ถึงฝั่ง
http://www.web-pra.com/Article/Show/721

 

คาถา โองการมหาทมื่น
โอม นะ โม พุท ธา ยะ

กูจะกล่าวกำเนิดเกิดพระมหาทมื่น กูจะโยนตัวกูขึ้นไปเป็นกงไม้ไร่ ก็หักแหลกลงเป็นผุยผงทั่วทั้งเมืองสกลชมพู
กูจะรำลึกถึงครูกูใครจะสู้กูก็บ่มิได้ ครูกูจึงให้กูเล่า พระคาถาพุทธังสรณังคัจฉามิ ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ ภะคะวาไชยมังคะลัง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะวันทานัง ปาสุอุชา อิสะปะมิ
พุทธสังมิ อิสวาสุ นะมะอะอุ อิกะวิติ วิสุทธิเสฐโฐ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ อะระหังสุคะโตภะคะวา
สังวิธาปุกะยะปะ อาปามะจุปะ ทีมะสังอังขุ ทุสะมะนิ สะธะวิปิปะสะอุ ทุสะนะโส จิเจรุนิ ตันนิพพุทติง
นะมะนะอะ นอกอนะกะ กออนออะ นะอะกะอัง ตัถถะนะถะ อุมะอะยัง จิปิเสคิ คิเสปิจิ กันหะเนหะ นิระมหาสะตัง
จะภะกะสะ นะมะพะทะ กะระมะถะ จะอะภะคะ นะมะกะยะ สุสิโมพุทโธภะคะวา สุสิโมธัมโมภะคะวา สุสิโมสังโฆภะคะวา
โลกะนาโถมหิทธิโก นาสังสิโม ยะถาพะลังจังงังเหยหาย เดชะครูปัทธิยายจึงให้เป็นกำแพงเพชรทั้ง ๗ ชั้นกันตนกู คือ พระวิภังค์พระสังฆณีพระปรมัตถะอัตถาจาริย์เจ้าจึงให้คงแก่หอกดาบแหลนหลาว ธนูง้าวทั้งหน้าไม้ปืนไฟอย่าได้ต้องตนกู
เพชชะคงแก่ หอกเหล็ก หอกหล่อ หอกข้อเงิน หอกข้อทอง หอกสำริดกริชทองแดงคงแก่แสงฟ้าผ่า คงทั้งข้างซ้าย คงทั้งข้างขวา คงทั้งข้างหน้า คงทั้งข้างหลัง คงทั้งนั้ งคงทั้งยืน คงทั้งหลับ คงทั้งตื่น คงทั้งกลางคืน คงทั้งกลางวันตรีเพชชะคงๆสวาหะ
โอมเอิกเกริกไตรภพตลบบาดาลเหาะทยานบนอากาศหมู่อสูรขยาดมืดมัวกลัวกูอยู่ระย่อฤาษีเล้นซุกซ้อนนอนหลับอยู่ก
ลางป่า ทั้งขโมดมารยาเหาะทยานมา ช่วยกูหนุมานหลานพระไวยบุตรสัปปะยุทธ ด้วยอินทรชิตประสิทธิสรรพางค์ล้างมารมัดตนได้
เอาไปถวายแก่ราพย์เจ้ากรุงลงกาหมู่อสูรยักษาจะฆ่ากูก็บ่มิตาย ด้วยเดชะพระนารายณ์ จุติลงมาบังเกิด
นะโมพุทธายะ ตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา เกศาผม อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา
โลมาขนอยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา นะขาเล็บ อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ
อิติปิโสภะคะวา ทันตาฟัน อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา ตะโจหนัง
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา มังสังเนื้อ อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ
อิติปิโสภะคะวานหารูเอ็น อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ อิติปิโสภะคะวา อัตถิกระดูก
อยู่ทั้วในกายตนกูคงตรีเพชชะคงๆ คงด้วยนะโมพุทธายะ พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา บิดารักษา
มารดารักษา พระอินทรักษา พระพรหมรักษา ครูบาอาจารย์รักษา อิมังกายะพันธะนังอะธิฏฐามิ


คาถา โองการมหาทมื่น : คาถาโองการมหาทมื่น เป็นพระคาถาโบราณ ภาวนาด้วยจิตที่เป็นสมาธิ จะเป็นคงกระพันชาตรียิ่งนัก จะใช้ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เสกข้าวกิน เสกได้สารพัดแล
พระคาถานี้ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูงได้ใช้เสกผงดินสอเป็นเวลาสามปีก่อนทำพระปิดตาผงโสฬสอันลือเลื่อง
ที่มา http://www.buddhakun.com/index.php?t...icseen#msg6298

ภาพจากสำนักพิมพ์คเณศ์พร

Comments (5)
  • somchai  - ปิดตาหลวงปู่กลิ่นปล่อยเช่าไหมครับ

    ปิดตาหลวงปู่กลิ่นปล่อยเช่าไหมครับ พระสวยมากๆๆๆ สภาพเดิมๆๆ ปล่อยเช่าไหมครับ ราคาเท่าไหร่ สนใจอยากได้มาไว้บูชา รบกวนแจ้งกลับทางเมล์ด้วยนะครับ

  • แนท  - ให้เช่าปิดตาหลวงปู่กลิ่น (ยุคต้น) มวลสารเก่า(หลวงป

    ให้เช่า ปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง สนใจติดต่อเพื่อขอชมสินค้าหรือขอรูปถ่ายผ่านทางอีเมลล์ ได้ที่ 0817713052

  • คนคลองข่อย  - นึกว่าแน่

    :drunk: พระปิดตาในรูปไม่ใช่ปู่กลิ่นแต่สร้างประมาณปี2490โดยหลวงปู่ทองสุขซึ่งในข ณะนั้นไดเรียนและเริ่มฝึกทำพระโดยใช้มวลสารเก่าของหลวงปู่เอี่ยมและมวลสาร ของหลวงปู่กลิ่นสร้าง เบื่อพวกไม่รู้จริงชอบยัดพอเห็นรักแดงเนื้อขาว ศึกษาให้ดีหน่อยครับท่านจากหลานยายคล้อยวัดสะพานสูงลูกบุญธรรมหลวงปู่ทองส ุข =D

  • wison  - re: นึกว่าแน่
    คนคลองข่อย wrote:
    :drunk: พระปิดตาในรูปไม่ใช่ปู่กลิ่นแต่สร้างประมาณปี2490โดยหลวงปู่ทองสุขซึ่งในข ณะนั้นไดเรียนและเริ่มฝึกทำพระโดยใช้มวลสารเก่าของหลวงปู่เอี่ยมและมวลสาร ของหลวงปู่กลิ่นสร้าง เบื่อพวกไม่รู้จริงชอบยัดพอเห็นรักแดงเนื้อขาว ศึกษาให้ดีหน่อยครับท่านจากหลานยายคล้อยวัดสะพานสูงลูกบุญธรรมหลวงปู่ทองส ุข =D

    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลและคำแนะนำ
    แต่ข้อมูลที่นำมาลงอ้างอิงจากหนังสือพระเครื่อง วัดสะพานสูงครับ อีกทั้งอ้างอิงจากพระในรายการประกวด ที่เคยเห็นติดรางวัลกันมา
    ต้องยอมรับว่าผมมาศึกษาภายหลังจากที่ท่านมรณะภาพไปนานแล้ว ดังนั้นหากมีความใดผิดพลาดไปก็ต้องขออภัยด้วยครับ
    ขอให้ผู้ชมโปรดใช้วิจารณญาณครับ

Only registered users can write comments!

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2012 เวลา 13:00 น.)

 
ยินดีต้อนรับสู่เว็บรวมพระครับ เวปไซต์สื่อกลางของวงการพระเครื่อง
None

 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้85
mod_vvisit_counterเมื่อวาน1217
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้85
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน9306
mod_vvisit_counterเดือนนี้27094
mod_vvisit_counterเดือนก่อน11352
mod_vvisit_counterตั้งแต่เปิดเว็บ2539428